วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ภาพเก่า ... กรณีเขาพระวิหาร - 1

ภาพตำนานเมืองศรีสะเกษ
...ประวัติเมืองศรีสะเกษที่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร พบได้ในพงศาวดารไทยช่วงท้ายกรุงศรีอยุธยาก่อนเสียกรุง เป็นเรื่องการก่อตั้งเมืองศรีสะเกษในยุคแรก (ศรีนครลำดวน) คราวนี้ผมเพิ่งไปอ่านตำราประวัติศาสตร์ของลาวเล่มหนึ่ง กล่าวถึงชื่อเมืองศรีสะเกษเอาไว้ด้วย โดยชื่อปรากฏอยู่ในบันทึกการบริหารจัดการแผ่นดินของเจ้าสร้อยสีสมุทพุทธางกูรในขณะที่ขึ้นครองราชย์เป็นเจ้าผู้ครองนครจำปาศักดิ์พระองค์แรก (พ.ศ.2256-2281) ได้ทรงตั้งเจ้าเมืองไปปกครองดูแลหัวเมืองในดินแดนปกครองของจำปาศักดิ์ ซึ่งปรากฏว่ามีชื่อเมืองศรีนครเขต (อยู่ที่เดียวกันกับศรีสะเกษในปัจจุบัน)


ภาพข้างบนเป็นการเสด็จมาปราสาทพระวิหารของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งเป็นประเด็นหนึ่งในขออ้างในคำให้การสมัยคดีความปี 2505 นำภาพมาให้ดูบรรยากาศสมัยโน้นค่ะ ต้องเดินทางข้ามป่าข้ามเขารอนแรมมาด้วยช้าง หนทางน่าจะลำบากมาก นี่ขนาดเป็นฝั่งไทยที่ทางลาดลงมานะค่ะ ลองนึกภาพดูว่าถ้าเป็นทางฝั่งเขมรมันจะขึ้นมากันยังไงเนี่ยสมัยนั้น

ภาพนี้เป็นการเดินขบวนประท้วงเขมรในกรณีข้อพิพาทปราสาทพระวิหารเมื่อพ.ศ.2504 ก่อนจะมีการตัดสินของศาลโลกค่ะ เป็นการประท้วงที่อ.ขุนหาญ ซึ่งการเดินขบวนประท้วงแบบนี้มีทุกพื้นที่ในศรีสะเกษค่ะ

เป็นภาพธงประเทศไทยค่ะ

ภาพนี้ถ่ายประมาณปี 2500 ค่ะ

เพราะรูปนี้คือตำนานค่ะ รูปนี้เป็นอุบัติเหตุรถทัศนาจรของโรงเรียนหนึ่งนำคณะครูนักเรียนไปเขาพระวิหาร ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ มีครูผู้หญิงท่านหนึ่งกระโดดออกจากตัวรถขณะที่รถกำลังเอียงจึงถูกรถทับเสียชีวิต ส่วนคนอื่นๆในรถไม่มีใครเป็นอะไรเลย ครูท่านนั้นชื่อว่า "แดง" สถานที่แห่งนั้นจึงตั้งชื่อว่า "ผามออีแดง" ค่ะ

ริมน้ำมูลปี2509 จะเห็นตัวแม่น้ำที่กว้างและลึก ต่างจากในปัจจุบันมากค่ะ





ขอบคุณแหล่งที่มาค่ะ http://www.oknation.net/blog/print.php?id=291962

วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ไทย-เขมร ยิงกันที่เขาพระวิหาร สงครามลวงโลก แค่กลบกระแส แต่ดินแดน 4.6 ตร.กม. ถูกยึดไปแล้ว

ข่าวลวงโลก - รอชาวบ้านหนีหมดก่อน จึงยิงถล่มหมู่บ้าน โรงเรียน ให้รู้ว่า สงครามทำชาวบ้านเดือดร้อน เขมรตาย 64 แค่ข่าวลือ ที่มีข่าวแค่ในประเทศไทย แต่ทำให้คนไทยเชื่อได้ เพราะคนไทยชอบดูละคร ชอบดูตลก
สื่อเขมรเคยกล่าวอ้างทหารไทยเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านเขาพระวิหารไปแล้ว 88 นาย พล.ท.วีร์วลิต กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง โดยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2552 มีทหารบาดเจ็บประมาณ 9 คน เสียชีวิต 2 คน ยืนยันว่าไม่มีการสูญเสียมากมายอย่างที่เป็นข่าว.

เหตุเกิด 15.15น วันศุกร์ ระหัสทหาร 666 เลยสร้างเรื่องโกหก ยิงถล่มกัน รมต.กษิต สีหน้าเรียบเฉย ทั้งประชุมอยู่ในเขมร เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 6 โมงเช้า ยิงกันซ้ำอีก สายๆ บอกทหารเขมร ตายไป 64 นาย ปิดชายแดนเข้าไปเจรจา 2-3 ชม. เปิดใหม่ ชาวบ้านค้าขายกันต่อไม่มีความโกรธแค้นชิงชัง

ความมั่นคง

ข่าวโดยNation Channel วันที่5 กุมภาพันธ์ 2554
จำนวนผู้ชม 7589

ปะทะรอบ 2 ทหารเขมรตาย 64

โฆษกกองทัพบก พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ระบุเกิดเหตุปะทะระหว่างทหารไทยและกัมพูชาอีกระลอกเช้านี้ บริเวณชายแดนจ.ศรีสะเกษ ส่งผลให้ทหารไทยเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บอีก 4 ขณะที่ทหารกัมพูชาเสียชีวิต 64 นาย และรถยานเกราะเสียหาย 12 คัน


ต้องไล่เขมรลงเขาพระวิหารไป เสร็จแล้วล้อมรั้ว ถ้าจะมาอยู่ให้อยู่ในคอกที่กำหนดให้ ... ทำแบบนี้ให้เสร็จก่อน ทหารไม่ต้องส่งไปตาย ประกาศออกทีวี ทิ้งระเบิดปูพรม ... แล้วค่อยขึ้นไปเคลียร์พื้นที่



(ภาพด้านบนเป็นภาพร่องรอยความเสียหายของตัวปราสาทพระวิหาร)


(ภาพด้านล่าง เป็นภาพจากสำนักข่าวต่างประเทศ และภาพวิดิโอบันทึกจากสนามรบ บันทึกจากฝั่งทหารกัมพูชา)








(ภาพถ่ายจากวิดีโอหน้าจอโทรทัศน์กัมพูชา เป็นเหตุการณ์วันที่ 4 ก.พ.2554 ทหารกัมพูชาถือเครื่องยิงลูกระเบิดอาร์พีจี ขณะยืนหลบอยู่ด้านหลังบังเกอร์ ระหว่างปะทะกับทหารไทยที่ชายแดนใกล้ปราสาทพระวิหาร.-- REUTERS/CTN.)


นายฮอร์ นัมฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ได้ทำหนังสือร้องเรียนถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งองค์การสหประชาชาติ เผยข้อเท็จจริง ระบุไทยเป็นฝ่ายรุกล้ำดินแดนกัมพูชา เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2011 ระหว่างเวลา 15.00 น. ถึง 17.00 น. โดยทหารไทยกว่า 300 นายได้เข้ามายังดินแดนกัมพูชาและโจมตีกัมพูชาจาก 3 จุด และเช้าวันที่ 5 ก.พ. 2011 เวลา 06.30 น. โดยไทยยิงกระสุนปืนใหญ่ขนาด 105 ม.ม. ที่ภูมะเขือ เป็นเวลา 20 นาที
“การโจมตีเป็นผลให้เกิดความเสียหายรุนแรงอย่างมากต่อปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นมรดกโลก เช่นเดียวกับการเสียชีวิตและบาดเจ็บของทหารกัมพูชาและประชาชนกว่าสิบราย”
ไทยได้ละเมิดศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ กฎบัตรสหประชาชาติ สนธิสัญญาทางไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกัมพูชาและประเทศไทยเป็นภาคี และละเมิดข้อตกลงสันติภาพปารีสปี 1991 ในเรื่องความเป็นเอกราช บูรณภาพแห่งดินแดน การไม่อาจล่วงล้ำ ความเป็นกลาง ความเป็นเอกภาพของชาติของกัมพูชา
ขอบคุณเนื้อหาจาก ประชาไท และสำนักข่าว DAP